ยินดีต้อนรับค่ะ

Blog นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแหล่งข้อมูลพื้นฐานที่คัดสรรมาสำหรับผู้ต้องการศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวัย และพัฒนาการเด็กปฐมวัย

...อยากเห็นเด็กๆ มีความสุขในการเรียนรู้ ผู้ใหญ่ต้องเข้าใจและมีความสุขในการเรียนรู้ไปด้วยกันกับเขานะคะ...

หน้าเว็บ

ขั้นตอนการประเมินตามสภาพจริง ตามแนวหลักสูตรปฐมวัย 2568 และการออกแบบการประเมิน

แผนภาพแสดงความเชื่อมโยงของหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2568

กับการประเมินความสามารถผู้เรียน


การประเมินตามสภาพจริง ตามแนวหลักสูตรปฐมวัย 2568 
    เน้นการประเมินต่อเนื่องผ่านการจัดประสบการณ์การเรียนรู้และการเล่น ไม่ใช้ข้อสอบ แต่ใช้การสังเกต จดบันทึก และรวบรวมผลงาน เพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม ความเป็นพลเมือง/
ไทย และสติปัญญา อย่างรอบด้านและรายบุคคล
ขั้นตอนการประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment)
1.วางแผนการประเมิน: กำหนดเป้าหมาย พัฒนาการ และ สมรรถนะที่ต้องการประเมินให้สอดคล้องกับกิจกรรมประจำวัน เน้นสมรรถนะที่เด็กแสดงออกผ่านการเล่น และ กิจวัตรประจำวัน  กำหนดสิ่งที่ต้องการประเมินให้สอดคล้องกับความสามารถผู้เรียน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านสุขภาวะทางกาย, ด้านอารมณ์ จิตใจ และสังคม, ด้านความเป็นพลเมืองและความเป็นไทย และด้านสติปัญญา
2.จัดระบบข้อมูล กำหนดแหล่งที่มาของข้อมูล วิธีการ บริบทในการได้มาของข้อมูล เลือกวิธีการและเครื่องมือในก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้วิธีที่หลากหลาย เช่น แฟ้มสะสมงาน (Portfolio), การถ่ายภาพ/วิดีโอ, การสนทนา, และการบันทึกเหตุการณ์ ครูสังเกตเด็กขณะทำกิจกรรม เล่น หรือกิจวัตรประจำวัน จดบันทึกพฤติกรรมเชิงบวกและจุดที่ควรพัฒนา เช่น 
  • การสังเกตและบันทึก: ครูสังเกตพฤติกรรมเด็กอย่างต่อเนื่อง เช่น การใช้กล้ามเนื้อ การแก้ปัญหา หรือการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
  • การสนทนาและสัมภาษณ์: เพื่อทำความเข้าใจกระบวนการคิดของเด็ก
  • การวิเคราะห์ผลงาน: เก็บข้อมูลจากผลงานที่เด็กสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ  
         ดำเนินการประเมินแบบบูรณาการ คือ ประเมินไปพร้อมกับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ (Learning embedded assessment) บันทึกข้อมูลอย่างสม่ำเสมอตลอดปีการศึกษา ไม่ใช่ประเมินครั้งเดียวตอนจบเทอม

3.แปลข้อมูล วิเคราะห์และสรุปผล: นำข้อมูลที่รวบรวมมาวิเคราะห์พัฒนาการรายบุคคล เปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่คาดหวังตามวัย ไม่เปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น ในขั้นตอนนี้ ครูควรวิเคราะห์และสรุปผลร่วมกับผู้เกี่ยวข้อง ด้วยการนำข้อมูลที่รวบรวมได้มาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับคุณภาพ และควรเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูล สะท้อนภาพพัฒนาการของเด็ก

4.รายงานและนำผลไปใช้สนับสนุนพัฒนาการ ครูจัดทำ สารนิทัศน์ (Documentation) เพื่อแสดงความก้าวหน้าของเด็กแต่ละคน แจ้งข้อมูลให้ผู้ปกครองทราบและนำผลประเมินมาปรับปรุงการจัดประสบการณ์/ปรับแผนหารจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับความต้องการของเด็กแต่ละคน  

เครื่องมือสำคัญ
  • แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรม (รายกลุ่ม/รายบุคคล)
  • แบบประเมินสมรรถนะปฐมวัย ตามแนวทางใหม่
  • แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)
  • แบบบันทึกผลงานเด็ก
การประเมินตามแนวหลักสูตร 2568 เน้นความสุข ความสนุก และการพัฒนาเต็มศักยภาพโดยใช้สถานการณ์จริง ไม่ใช่การตัดสินผลการศึกษา 




การวางแผนการประเมินตามสภาพจริง
เพื่อสนับสนุนพัฒนาการและการเรียนรู้ของผู้เรียนระดับปฐมวัย


1.การวางแผน: กำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ตามความสามารถของผู้เรียน

2.การจัดระบบข้อมูล: กำหนดวิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน โดยวางแผนและกำหนดวิธีการให้เหมาะสมกับกิจกรรม เช่น การสังเกตพฤติกรรม การประเมินผลงาน/ชิ้นงาน การพูดคุย หรือ สัมภาษณ์เด็ก เป็นต้น  - เก็บรวบรวมข้อมูล - บันทึกข้อมูล - สรุปข้อมูล

       ตัวอย่าง ตารางการกำหนดวิธีการจัดระบบข้อมูล 




     วิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน (ขั้นตอนที่ 2)
























3.การแปลข้อมูล วิเคราะห์และสรุปผล

4.การนำผลการประเมินไปใช้: รายงานและนำผลไปใช้สนับสนุนพัฒนาการ





ความสามารถผู้เรียนเมื่อจบการศึกษาระดับปฐมวัย

ความสามารถผู้เรียนเมื่อจบการศึกษาระดับปฐมวัย เป็นพฤติกรรมที่คาดหวังให้เกิดกับเด็กบนพื้นฐานพัฒนาการตามวัยและความสามารถในแต่ละระดับอายุ ให้คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล เพื่อนำไปใช้ในการกำหนดสาระการเรียนรู้ในการจัดประสบการณ์และการประเมินพัฒนาการและความสามารถ เพื่อตรวจสอบคุณภาพเด็กในแต่ละชั้นปี ทั้งนี้ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2568 สำหรับเด็กอายุ 3-6 ปี กำหนดพัฒนาการ และความสามารถผู้เรียนเมื่อจบการศึกษาระดับปฐมวัย ดังนี้

1. ด้านสุขภาวะทางกาย ผู้เรียนมีร่างกายเจริญเติบโต แข็งแรง มีสุขอนามัยและสุขนิสัยที่ดี รักษา ความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น เคลื่อนไหวร่างกายอย่างคล่องแคล่วและประสานสัมพันธ์กัน

2. ด้านอารมณ์ จิตใจ และสังคม ผู้เรียนรับรู้ เข้าใจ มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น แสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึกอย่างเหมาะสม มีการกำกับตนเอง มีสัมพันธภาพที่ดีและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตนเอง มีความสุขและแสดงออกผ่านงานศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว มีทักษะชีวิต ช่วยเหลือตนเองในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน และยอมรับความเหมือนและความแตกต่าง ระหว่างบุคคล

3. ด้านความเป็นพลเมืองและความเป็นไทย ผู้เรียนมีคุณธรรมจริยธรรมและจิตใจที่ดีงาม มีมารยาทไทย ปฏิบัติตามวัฒนธรรมและประเพณีไทย รักและภูมิใจในความเป็นไทย ปฏิบัติตนตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีวินัยในตนเอง และเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

4. ด้านสติปัญญา

4.1 ภาษาและการรู้หนังสือ ผู้เรียนฟังและสนทนาโต้ตอบ และเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจ อ่านภาพและสัญลักษณ์ มีความรู้เกี่ยวกับตัวอักษร และการเขียนเพื่อสื่อความหมายในชีวิตประจำวัน

4.2 การคิดรวบยอดและการคิดคำนวณ ผู้เรียนมีทักษะพื้นฐานที่นำไปสู่การคิดรวบยอด การคิดคำนวณ การเรียงลำดับ การแสดงแบบรูปของสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน การรู้ค่าของจำนวน การใช้จำนวน และตัวเลขในชีวิตประจำวัน และการรับรู้มิติสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน

4.3 การคิดแก้ปัญหาและตัดสินใจ ผู้เรียนมีทักษะแก้ปัญหาโดยระบุปัญหา สร้างทางเลือก วิธีการ และลงมือแก้ปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน และตัดสินใจในเรื่องง่าย ๆ และยอมรับผลที่เกิดขึ้น

4.4 การแสวงหาความรู้ ผู้เรียนกระตือรือร้นในการเรียนรู้และร่วมกิจกรรม และค้นหาคำตอบ เกี่ยวกับปัญหาหรือข้อสงสัย โดยใช้การสืบเสาะหาความรู้

4.5 จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ผู้เรียนใช้จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ในการทำงานศิลปะและการเคลื่อนไหว










ตัวอย่างแบบประเมินความสามารถของผู้เรียนระดับปฐมวัย


ความสามารถด้านความเป็นพลเมืองและความเป็นไทย

 

แบบบันทึกความสามารถในการเล่นเดินกะลา



วิเคราะห์กิจกรรม การละเล่นพื้นบ้าน: การเดินกะลา เพื่อสร้างเสริมความสามารถของผู้เรียน





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น